แอร์บรัช 1 จังหวะ กับ 2 จังหวะ ต่างกันอย่างไร

คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าแอร์บรัช 2 จังหวะ “ดีกว่า” 1 จังหวะ ซึ่งไม่ถูกต้องเสียทีเดียว ทั้งสองแบบทำงานคนละลักษณะ และในบางงาน แบบ 1 จังหวะทำได้ดีกว่าและเร็วกว่า

แบบ 1 จังหวะ ทำงานอย่างไร

ไกมีหน้าที่เดียวคือเปิดลม ปริมาณสีถูกตั้งไว้ล่วงหน้าโดยหมุนปรับที่ตัวเครื่องหรือที่ท้ายเข็ม เมื่อกดไก สีจะออกในปริมาณเท่าเดิมตลอดเวลาที่กดค้าง

ข้อดีคือควบคุมง่าย มือใหม่พ่นได้เรียบตั้งแต่ครั้งแรก ชิ้นส่วนน้อย ล้างเร็ว และราคาถูกกว่า ข้อจำกัดคือถ้าต้องการเปลี่ยนน้ำหนักสีระหว่างพ่น ต้องหยุดแล้วหมุนปรับใหม่

แบบ 2 จังหวะ ทำงานอย่างไร

ไกทำสองหน้าที่ กดลงเพื่อเปิดลม และดึงถอยหลังเพื่อดึงเข็มออกจากหัวจ่ายสี ยิ่งดึงมากสียิ่งออกมาก ทำให้เปลี่ยนความหนักเบาของเส้นได้ในจังหวะเดียว โดยไม่ต้องหยุดพ่น

ข้อดีคือคุมงานได้ละเอียดกว่ามาก ไล่เฉดได้นุ่มนวล ทำเส้นเล็กและพื้นที่กว้างได้ด้วยตัวเดียวกัน ข้อจำกัดคือต้องฝึกประสานสองทิศทางของนิ้ว และชิ้นส่วนมากกว่าจึงต้องล้างให้ทั่ว

เลือกแบบไหนกับงานอะไร

  • งานลงพื้น พ่นเคลือบ พ่นสีเดียวทั้งชิ้น — 1 จังหวะ เร็วกว่าและควบคุมความสม่ำเสมอได้ดีกว่า
  • งานป้าย งานผ้า งานพ่นจำนวนมาก — 1 จังหวะ เพราะล้างเร็วและทนการใช้งานหนัก
  • งานไล่เฉด งานภาพเหมือน งานเพ้นท์รถ — 2 จังหวะ เท่านั้น
  • งานโมเดล — ใช้ได้ทั้งสองแบบ ขึ้นอยู่กับว่าต้องไล่สีหรือไม่

คำแนะนำจากประสบการณ์

ถ้าคุณตั้งใจจะทำงานศิลปะที่ต้องไล่น้ำหนักสี ให้เริ่มที่ 2 จังหวะเลย อย่าซื้อ 1 จังหวะไปก่อนเพราะคิดว่าง่ายกว่า สุดท้ายจะต้องซื้อใหม่อยู่ดี

ในทางกลับกัน ถ้างานของคุณคือการพ่นสีให้เรียบสม่ำเสมอเป็นหลัก แบบ 1 จังหวะจะทำงานได้ดีกว่า เร็วกว่า และดูแลง่ายกว่าอย่างชัดเจน ช่างหลายคนมีทั้งสองแบบไว้ใช้คนละงาน

รุ่น Paasche ที่ตรงกับแต่ละแบบ

1 จังหวะ รุ่น H เป็นรุ่นคลาสสิกที่ใช้กันมานานที่สุด และรุ่น MHS สำหรับงานเริ่มต้น

2 จังหวะ รุ่น VL และ VLS สำหรับงานทั่วไปถึงงานละเอียด รุ่น Talon และ Vision สำหรับงานที่ต้องการความละเอียดสูงสุด

ทุกรุ่นที่กล่าวมาเรามีอะไหล่ครบ ทั้งเข็ม หัวจ่ายสี ฝาครอบลม ซีล และโอริง

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

💬 LINE
Scroll to Top